สอนการเก็บเงิน ที่ได้ผลจริง เพื่ออนาคตของคุณ

สอนการเก็บเงิน

หลาย ๆ คนอยากจะเก็บเงิน เพื่อเอาไว้ใช้ในอนาคต แต่ก็ไม่รู้ว่า จะต้องทำยังไง วันนี้เราจึงจะมา สอนการเก็บเงิน ที่บอกเลยว่า เมื่อคุณนำไปใช้แล้ว จะสามารถทำให้การเก็บเงิน ของคุณนั้น เป็นความจริงได้

เพราะเราเข้าใจว่า การเก็บเงินแล้วเก็บไม่อยู่นั้น เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนเป็นกัน ยังกับว่าเป็นคนกระเป๋ารั่ว ซึ่งก็ต้องบอกด้วยครับว่า มันก็เป็นกันมากมาย ผมเองก็เช่นเดียวกัน ได้เงินมาเท่าไหร่ บอกว่าจะเก็บเงิน ก็ยังเก็บไม่เคยที่จะอยู่

เพราะว่าก็คิดแค่เพียงว่า หาเงินมาได้ก็ต้องใช้สิ จะเก็บเอาไว้ทำไม เผื่อพรุ่งนี้จะไม่ได้อยู่ใช้ แต่พอเรามาเกิดปัญหา ช่วงที่ต้องหยุดยาว เพราะเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่างเช่นเกิดป่วย ต้องหยุดยาว รายได้หายไป แต่ในบัญชีไม่มีเงินเก็บสักบาท

ซึ่งกลายเป็นปัญหา ที่เราจะต้องไปหายืม ไปกู้เงินคนอื่นมา เพื่อมาใช้รักษาตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาถ้าเรารู้จักเก็บเงิน มันก็คงจะเป็นเรื่องง่ายกว่านี้ ที่จะสามารถรักษาตัวเองได้ โดยนำเงินที่เก็บของเรานั้น มาใช้โดยที่ไม่ต้อง ไปกู้หนี้ยืมสินใครต่อใคร

เพราะการเป็นหนี้นั้น ก็ไม่ต่างกับการตกนรกเลยครับ จิตใจร้อนรน กระวนกระวาย หาเงินมาได้ก็ไม่ได้ใช้ ต้องเอาไปใช้หนี้ ดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้น ๆ ทุก ๆ วัน เพราะฉะนั้นการไม่มีหนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่เรา ควรจะทำมากที่สุด

รามีบทความดี ๆ จะมา สอนการเก็บเงิน ให้กับทุกท่านครับ

1.วิธีการแลกเป็นวิธีการง่าย ๆ แบบบ้าน ๆ ครับ ก็คือการที่ไม่ใช้แบงค์ 50 เป็นวิธีที่บอกเลยว่าหลาย ๆ คนก็ใช้กันอยู่ ก็คือเมื่อเราไปซื้อของแล้ว ได้รับเงินทอนแบงค์ 50 มา ก็ให้เราเก็บเอาไว้เลยครับ อาจจะใส่กล่อง หรือ หยอดกระปุกเอาไว้

ซึ่งก็เป็นวิธีการง่าย ๆ ที่จะบังคับตัวเองว่า คุณไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ก็แค่มีแบงค์ 50 ก็ไม่ต้องใช้ ก็แค่นั้นเองครับ สมมุติว่าเราเก็บแบงค์ 50 ไปทุกวัน วันละแบงค์ เดือนนึงจะได้เงินเก็บอยู่ที่ 1,500 บาท ซึ่งก็ต้องบอกว่า มันไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลยนะครับ

ลองคิดดูว่า ใน 1 ปี ถ้าเราเก็บไปเรื่อย ๆ เราก็จะได้เงินหลักหมื่นเลยทีเดียว ซึ่งมันก็คงจะเป็นเรื่องที่ง่าย ๆ เลย หากว่าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่รู้ว่า จะเก็บตังค์ยังไง วิธีการนี้ก็น่าจะเป็นวิธีการเริ่มต้น ที่ดีที่สุดเลยล่ะครับ

2.วิธีที่สองก็คือ ให้คุณคิดก่อนทุกครั้งว่า คุณจะกดเงินจากธนาคาร มาใช้เพื่ออะไรบ้าง โดยให้คุณคิดเผื่อไว้ว่า มันจะอยู่ได้กี่วัน อย่างเช่น คุณกดมาแล้ว คุณกะว่าจะใช้เงินที่กดมานั้น อยู่ให้ได้สัก 3 วัน คุณก็คำนวณว่า 3 วันนั้น คุณจะใช้เงินประมาณเท่าไหร่

ซึ่งมันจะเป็นการบังคับ ตัวคุณเองว่า คุณจะไม่กดเงินแบบ สุรุ่ย สุร่าย พอหมดก็กดมาใช้ ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นวิธีการ ที่มันเป็นเกี่ยวกับเรื่องของจิตใจของคุณ เพราะว่าถ้าคุณไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เงินหมดคุณก็กดมาเรื่อย ๆ จนคุณลืมไปว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละวันนั้น

คุณต้องใช้เงินไปกับอะไรบ้าง ซึ่งบางที มันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเลยก็ได้ กับเงินที่คุณต้องเสีย ไปในแต่ละวัน เพราะฉะนั้น การที่คุณบังคับตัวเองว่ าจะใช้เงินเท่าไหร่ กับเงินจำนวนที่มีอยู่ ก็ทำให้การกดเงิน ออกมาจากแบงค์นั้น มันเป็นเรื่องที่จำเป็นจริง ๆ

จึงจะกดออกมา ทำให้เงินในบัญชีของคุณ ก็จะมีตัวเลขที่น่าพอใจ และ ลองคิดดูว่า เมื่อคุณเปิดดูบัญชีทุกครั้ง คุณจะรู้สึกมีความสุข ที่เงินในบัญชีคุณนั้น มีจำนวนมาก อันนี้เป็นหลักการ ทางจิตวิทยานะครับ ซึ่งเป็นการควบคุมจิตใจ อย่างหนึ่งเลย

3.การตั้งเป้าหมาย ว่าจะเก็บเงินไปเพื่ออะไร โดยคุณต้องแบ่งที่เก็บเงินของคุณ ย่อยออกมาด้วยครับ ว่าถ้าคุณจะเก็บเงินซื้อโทรศัพท์สักเครื่อง ก็ให้คุณทำกระปุกออมสินของคุณนั้น มาเขียนปิดเอาไว้เลยว่า กระปุกนี้เป็นกระปุกสำหรับการเก็บเงิน เพื่อซื้อโทรศัพท์

ซึ่งมันจะทำให้คุณ แบ่งแยกเงินเป็นจำนวนที่ชัดเจน ว่าการใช้จ่ายในแต่ละวัน ค่าใช้จ่ายต่อเดือน เท่านั้น เท่านี้ มันจะไม่กระทบส่วนอื่น ๆ การเก็บเงินซื้อโทรศัพท์ ก็อาจจะไม่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า คุณจะต้องเก็บให้ได้วันละกี่บาท หรือ ระยะเวลากี่เดือน

ซึ่งการเก็บเงินไปเรื่อย ๆ จนมันครบจำนวน อาจจะเป็นเรื่องที่ดีเลยก็ได้ เพราะว่าเมื่อถึงเวลานั้น โทรศัพท์มือถือที่คุณต้องการ ราคาอาจจะลดลง ซึ่งก็ทำให้คุณ ซื้อได้ในราคาที่ถูก และประหยัด มีเงินเหลือใช้ไปทำอย่างอื่นได้

ซึ่งเรื่องนี้ มันใช้ได้กับทุกเรื่องเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณ อยากได้เครื่องเกมสักเครื่อง จะเก็บเงินไปเที่ยว เมื่อครบจำนวนตามที่ต้องการแล้ว เมื่อนั้นคุณค่อยไป มันก็ดีกว่าการที่คุณจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา เพื่อทำอะไรพวกนี้

เพราะว่าวันนึง คุณไม่รู้เลยว่าถ้าเกิดคุณช็อตขึ้นมา คุณเกิดป่วย หรือ ว่ามีเหตุจำเป็นจะต้องใช้เงินเยอะ ๆ แล้วคุณเป็นหนี้อยู่ เมื่อนั้นแหละครับ ปัญหาที่ตามมานั้น จะมีมากมายเลยทีเดียว เพราะการที่คุณ กู้เงินมาใช้ซื้อโทรศัพท์ ในช่วงที่ป่วย

คุณก็ยังต้องนำเงินมาใช้หนี้ ค่าโทรศัพท์อยู่ แต่ถ้าหากว่าช่วงที่คุณป่วย คุณไม่มีหนี้ แต่มีเงินเก็บอยู่ คุณก็สามารถเอาเงินเก็บ ที่เอาไว้ซื้อโทรศัพท์ มาใช้ฉุกเฉินได้ มันต่างกันอย่างชัดเจนเลย เห็นไหมครับ

4.งดซื้อของที่ไม่จำเป็น ซึ่งบางคน ก็อาจจะบอกว่า พูดง่ายแต่มันทำยาก ใช่ครับกับการที่เราจะบังคับจิตใจ ให้ซื้อของที่ไม่จำเป็น เป็นอะไรที่ยากมาก แต่หากเราเปลี่ยนมัน เป็นวิธีการที่บอกว่า ถ้าเราจะซื้อของที่ไม่จำเป็น คุณจะต้องเอาเงินนั้นเข้ากระปุกออมสิน

เช่นคุณไปเจอเสื้อตัวหนึ่ง ราคา 300 บาท คุณได้บอกกับตัวเองเอาไว้ว่า ถ้าคุณจะซื้อเสื้อตัวนี้ ราคา 300 บาท คุณจะต้องเอาเงินไปหยอดกระปุก 300 บาท เช่นกัน เพราะฉะนั้นก็จะทำให้คุณ คิดแล้วว่าคุณจะต้องเสียเงินตั้ง 600 เลยหรือ

และนั่นคุณก็จะเริ่ม ไม่มีความรู้สึกว่า อยากได้เสื้อตัวนั้นแล้ว เพราะว่าคุณจะต้องเอา เงิน 300 บาท ไปหยอดกระปุก ก็เท่ากับเป็นการที่ทำให้คุณ ไม่ต้องเสียเงินอีก 300 บาท โดยไม่จำเป็น ซึ่งมันก็เป็นวิธีการ บังคับจิตใจ อีกอย่างหนึ่ง

วิธีการที่ผมเสนอไป ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ก็ต้องบอกเลยว่า ลองใช้ดู และ มันได้ผล เป็นอย่างดี สำหรับตัวผมเอง ซึ่งก็ทำให้ผม มีเงินเก็บ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

ขอขอบคุณ Goldenslot เว็บ Casino Online Smok Voopoo Electric Cigarette