สอนการเก็บเงิน ที่ได้ผลจริง เพื่ออนาคตของคุณ

สอนการเก็บเงิน

หลาย ๆ คนอยากจะเก็บเงิน เพื่อเอาไว้ใช้ในอนาคต แต่ก็ไม่รู้ว่า จะต้องทำยังไง วันนี้เราจึงจะมา สอนการเก็บเงิน ที่บอกเลยว่า เมื่อคุณนำไปใช้แล้ว จะสามารถทำให้การเก็บเงิน ของคุณนั้น เป็นความจริงได้

เพราะเราเข้าใจว่า การเก็บเงินแล้วเก็บไม่อยู่นั้น เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนเป็นกัน ยังกับว่าเป็นคนกระเป๋ารั่ว ซึ่งก็ต้องบอกด้วยครับว่า มันก็เป็นกันมากมาย ผมเองก็เช่นเดียวกัน ได้เงินมาเท่าไหร่ บอกว่าจะเก็บเงิน ก็ยังเก็บไม่เคยที่จะอยู่

เพราะว่าก็คิดแค่เพียงว่า หาเงินมาได้ก็ต้องใช้สิ จะเก็บเอาไว้ทำไม เผื่อพรุ่งนี้จะไม่ได้อยู่ใช้ แต่พอเรามาเกิดปัญหา ช่วงที่ต้องหยุดยาว เพราะเกิดเหตุฉุกเฉิน อย่างเช่นเกิดป่วย ต้องหยุดยาว รายได้หายไป แต่ในบัญชีไม่มีเงินเก็บสักบาท

ซึ่งกลายเป็นปัญหา ที่เราจะต้องไปหายืม ไปกู้เงินคนอื่นมา เพื่อมาใช้รักษาตัวเอง ซึ่งที่ผ่านมาถ้าเรารู้จักเก็บเงิน มันก็คงจะเป็นเรื่องง่ายกว่านี้ ที่จะสามารถรักษาตัวเองได้ โดยนำเงินที่เก็บของเรานั้น มาใช้โดยที่ไม่ต้อง ไปกู้หนี้ยืมสินใครต่อใคร

เพราะการเป็นหนี้นั้น ก็ไม่ต่างกับการตกนรกเลยครับ จิตใจร้อนรน กระวนกระวาย หาเงินมาได้ก็ไม่ได้ใช้ ต้องเอาไปใช้หนี้ ดอกเบี้ยก็เพิ่มขึ้น ๆ ทุก ๆ วัน เพราะฉะนั้นการไม่มีหนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่เรา ควรจะทำมากที่สุด

รามีบทความดี ๆ จะมา สอนการเก็บเงิน ให้กับทุกท่านครับ

1.วิธีการแลกเป็นวิธีการง่าย ๆ แบบบ้าน ๆ ครับ ก็คือการที่ไม่ใช้แบงค์ 50 เป็นวิธีที่บอกเลยว่าหลาย ๆ คนก็ใช้กันอยู่ ก็คือเมื่อเราไปซื้อของแล้ว ได้รับเงินทอนแบงค์ 50 มา ก็ให้เราเก็บเอาไว้เลยครับ อาจจะใส่กล่อง หรือ หยอดกระปุกเอาไว้

ซึ่งก็เป็นวิธีการง่าย ๆ ที่จะบังคับตัวเองว่า คุณไม่ต้องคิดอะไรมากเลย ก็แค่มีแบงค์ 50 ก็ไม่ต้องใช้ ก็แค่นั้นเองครับ สมมุติว่าเราเก็บแบงค์ 50 ไปทุกวัน วันละแบงค์ เดือนนึงจะได้เงินเก็บอยู่ที่ 1,500 บาท ซึ่งก็ต้องบอกว่า มันไม่ใช่จำนวนที่น้อยเลยนะครับ

ลองคิดดูว่า ใน 1 ปี ถ้าเราเก็บไปเรื่อย ๆ เราก็จะได้เงินหลักหมื่นเลยทีเดียว ซึ่งมันก็คงจะเป็นเรื่องที่ง่าย ๆ เลย หากว่าคุณเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่รู้ว่า จะเก็บตังค์ยังไง วิธีการนี้ก็น่าจะเป็นวิธีการเริ่มต้น ที่ดีที่สุดเลยล่ะครับ

2.วิธีที่สองก็คือ ให้คุณคิดก่อนทุกครั้งว่า คุณจะกดเงินจากธนาคาร มาใช้เพื่ออะไรบ้าง โดยให้คุณคิดเผื่อไว้ว่า มันจะอยู่ได้กี่วัน อย่างเช่น คุณกดมาแล้ว คุณกะว่าจะใช้เงินที่กดมานั้น อยู่ให้ได้สัก 3 วัน คุณก็คำนวณว่า 3 วันนั้น คุณจะใช้เงินประมาณเท่าไหร่

ซึ่งมันจะเป็นการบังคับ ตัวคุณเองว่า คุณจะไม่กดเงินแบบ สุรุ่ย สุร่าย พอหมดก็กดมาใช้ ซึ่งวิธีนี้ก็เป็นวิธีการ ที่มันเป็นเกี่ยวกับเรื่องของจิตใจของคุณ เพราะว่าถ้าคุณไม่ได้คิดถึงเรื่องนี้ เงินหมดคุณก็กดมาเรื่อย ๆ จนคุณลืมไปว่า ค่าใช้จ่ายแต่ละวันนั้น

คุณต้องใช้เงินไปกับอะไรบ้าง ซึ่งบางที มันอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นเลยก็ได้ กับเงินที่คุณต้องเสีย ไปในแต่ละวัน เพราะฉะนั้น การที่คุณบังคับตัวเองว่ าจะใช้เงินเท่าไหร่ กับเงินจำนวนที่มีอยู่ ก็ทำให้การกดเงิน ออกมาจากแบงค์นั้น มันเป็นเรื่องที่จำเป็นจริง ๆ

จึงจะกดออกมา ทำให้เงินในบัญชีของคุณ ก็จะมีตัวเลขที่น่าพอใจ และ ลองคิดดูว่า เมื่อคุณเปิดดูบัญชีทุกครั้ง คุณจะรู้สึกมีความสุข ที่เงินในบัญชีคุณนั้น มีจำนวนมาก อันนี้เป็นหลักการ ทางจิตวิทยานะครับ ซึ่งเป็นการควบคุมจิตใจ อย่างหนึ่งเลย

3.การตั้งเป้าหมาย ว่าจะเก็บเงินไปเพื่ออะไร โดยคุณต้องแบ่งที่เก็บเงินของคุณ ย่อยออกมาด้วยครับ ว่าถ้าคุณจะเก็บเงินซื้อโทรศัพท์สักเครื่อง ก็ให้คุณทำกระปุกออมสินของคุณนั้น มาเขียนปิดเอาไว้เลยว่า กระปุกนี้เป็นกระปุกสำหรับการเก็บเงิน เพื่อซื้อโทรศัพท์

ซึ่งมันจะทำให้คุณ แบ่งแยกเงินเป็นจำนวนที่ชัดเจน ว่าการใช้จ่ายในแต่ละวัน ค่าใช้จ่ายต่อเดือน เท่านั้น เท่านี้ มันจะไม่กระทบส่วนอื่น ๆ การเก็บเงินซื้อโทรศัพท์ ก็อาจจะไม่ได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่า คุณจะต้องเก็บให้ได้วันละกี่บาท หรือ ระยะเวลากี่เดือน

ซึ่งการเก็บเงินไปเรื่อย ๆ จนมันครบจำนวน อาจจะเป็นเรื่องที่ดีเลยก็ได้ เพราะว่าเมื่อถึงเวลานั้น โทรศัพท์มือถือที่คุณต้องการ ราคาอาจจะลดลง ซึ่งก็ทำให้คุณ ซื้อได้ในราคาที่ถูก และประหยัด มีเงินเหลือใช้ไปทำอย่างอื่นได้

ซึ่งเรื่องนี้ มันใช้ได้กับทุกเรื่องเลยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นการที่คุณ อยากได้เครื่องเกมสักเครื่อง จะเก็บเงินไปเที่ยว เมื่อครบจำนวนตามที่ต้องการแล้ว เมื่อนั้นคุณค่อยไป มันก็ดีกว่าการที่คุณจะต้องไปกู้หนี้ยืมสินมา เพื่อทำอะไรพวกนี้

เพราะว่าวันนึง คุณไม่รู้เลยว่าถ้าเกิดคุณช็อตขึ้นมา คุณเกิดป่วย หรือ ว่ามีเหตุจำเป็นจะต้องใช้เงินเยอะ ๆ แล้วคุณเป็นหนี้อยู่ เมื่อนั้นแหละครับ ปัญหาที่ตามมานั้น จะมีมากมายเลยทีเดียว เพราะการที่คุณ กู้เงินมาใช้ซื้อโทรศัพท์ ในช่วงที่ป่วย

คุณก็ยังต้องนำเงินมาใช้หนี้ ค่าโทรศัพท์อยู่ แต่ถ้าหากว่าช่วงที่คุณป่วย คุณไม่มีหนี้ แต่มีเงินเก็บอยู่ คุณก็สามารถเอาเงินเก็บ ที่เอาไว้ซื้อโทรศัพท์ มาใช้ฉุกเฉินได้ มันต่างกันอย่างชัดเจนเลย เห็นไหมครับ

4.งดซื้อของที่ไม่จำเป็น ซึ่งบางคน ก็อาจจะบอกว่า พูดง่ายแต่มันทำยาก ใช่ครับกับการที่เราจะบังคับจิตใจ ให้ซื้อของที่ไม่จำเป็น เป็นอะไรที่ยากมาก แต่หากเราเปลี่ยนมัน เป็นวิธีการที่บอกว่า ถ้าเราจะซื้อของที่ไม่จำเป็น คุณจะต้องเอาเงินนั้นเข้ากระปุกออมสิน

เช่นคุณไปเจอเสื้อตัวหนึ่ง ราคา 300 บาท คุณได้บอกกับตัวเองเอาไว้ว่า ถ้าคุณจะซื้อเสื้อตัวนี้ ราคา 300 บาท คุณจะต้องเอาเงินไปหยอดกระปุก 300 บาท เช่นกัน เพราะฉะนั้นก็จะทำให้คุณ คิดแล้วว่าคุณจะต้องเสียเงินตั้ง 600 เลยหรือ

และนั่นคุณก็จะเริ่ม ไม่มีความรู้สึกว่า อยากได้เสื้อตัวนั้นแล้ว เพราะว่าคุณจะต้องเอา เงิน 300 บาท ไปหยอดกระปุก ก็เท่ากับเป็นการที่ทำให้คุณ ไม่ต้องเสียเงินอีก 300 บาท โดยไม่จำเป็น ซึ่งมันก็เป็นวิธีการ บังคับจิตใจ อีกอย่างหนึ่ง

วิธีการที่ผมเสนอไป ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่ก็ต้องบอกเลยว่า ลองใช้ดู และ มันได้ผล เป็นอย่างดี สำหรับตัวผมเอง ซึ่งก็ทำให้ผม มีเงินเก็บ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

ขอขอบคุณ Goldenslot เว็บ Casino Online Smok Voopoo Electric Cigarette

สาเหตุที่นอนไม่หลับ และ วิธีการแก้ปัญหา

สาเหตุที่นอนไม่หลับ
สาเหตุที่นอนไม่หลับ และ วิธีการแก้ปัญหา

คนที่เป็นโรคนอนไม่หลับ อีกหลายคน อาจจะยังไม่ทราบถึง สาเหตุที่นอนไม่หลับ ว่ามันมีปัจจัย อะไรบ้าง ที่ทำให้ไม่สามารถนอนหลับได้ เพราะการนอนหลับพักผ่อน ให้เพียงพอนั้น ถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ซึ่งความต้องการ ของคนเรา ที่จะพักผ่อนนอนหลับ

ในแต่ละช่วงอายุนั้น มีความแตกต่างกัน อย่างเช่น สำหรับคน อายุเข้าสู่วัยรุ่น มาตรฐานของการนอนที่สำคัญ คือ นอนให้ได้อย่างต่ำ 7-8 ชั่วโมง แต่ด้วยปัจจัยหลาย ๆ อย่าง จึงทำให้การนอนนั้น เป็นไปได้ยากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเรียน เรื่องการงาน

ที่ส่งผลทำให้สมองของเรานั้น ใช้ความคิด อยู่ตลอดเวลา และ นั่นจึงเป็นสาเหตุ อีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เรา มักจะนอนไม่หลับ หรือ นอนไปได้แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็ต้องตื่น หรือนอนหลับไม่สนิท

สาเหตุที่นอนไม่หลับ มักจะมีปัจจัยต่าง ๆ ประมาณนี้ 

1เป็นเรื่องของสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของแสงสว่าง เสียงดังรบกวน หรือว่าจะไม่ชินกับสถานที่ ที่นอนที่นอนแล้วไม่สบาย อากาศที่ร้อน หรือ เย็นมากเกินไป ซึ่งก็เรียกได้ว่า มีอยู่มากมายหลายสาเหตุ

2สภาพร่างกายของเรา ตัวอย่างเช่น ผู้หญิงที่เป็นประจำเดือน ปวดท้องมาก ๆ ก็มีผลทำให้นอนไม่หลับ คนที่เป็นโรคกระเพาะ เป็นโรคกรดไหลย้อน อาการปวดหลัง เจ็บกล้ามเนื้อต่าง ๆ ซึ่งส่งผล ทำให้การนอนหลับนั้น เป็นไปได้ยากขึ้น

3เรื่องของความเครียด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของความเครียด จากการทำงาน การเรียน ในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น จากการทำงาน หรือ การเรียน ความเครียด จากการใช้ชีวิต ปัญหาต่าง ๆของครอบครัว หรือว่าแม้แต่เรื่องของคนอื่น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ มีผลเป็นอย่างมาก

4อาจจะเป็นโรคติดคาเฟอีน กินกาแฟมากเกินไป ไม่ว่าจะเป็นพวกชาต่าง ๆ ก็สามารถส่งผลมาก ๆ ในการนอน เพราะร่างกาย จะรู้สึกตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ต่อให้ง่วงแล้วก็ตาม หรือ จะเป็นในเรื่องของการดื่มแอลกอฮอล์ ที่มากเกินไป

5 เกิดจากความหิว ซึ่งเมื่อร่างกายของเรา รู้สึกว่ากินข้าวไม่อิ่ม ก็มักจะมีความต้องการ ส่งผลให้จิตใจ และ สมองคิดถึงอาหาร และ มีความต้องการ ที่อยากจะไปหาข้าวกิน

6 เกิดจากการนอนไม่หลับ จนกลายเป็นนิสัย ซึ่งเรียกได้ว่า ร่างกายเกิดความจำ และ ทำให้การนอนแต่ละครั้งนั้น ใช้เวลาเพียงไม่นานก็ตื่น จนเป็นความเคยชิน ซึ่งส่งผลเสีย ต่อร่างกายของเรามาก ๆ ครับ

การแก้ปัญหาเมื่อนอนไม่หลับ มีคำแนะนำดังนี้ 

1 การจัดสถานที่นอน เตียงนอนให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของบรรยากาศ แสง ความมืด อากาศ อุณหภูมิที่พอเหมาะ อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เงียบ มีความสงบ และ ควรที่จะตัดปัญหา จากสิ่งรบกวนต่าง ๆ

ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเครื่องมือสื่อสาร แนะนำว่า ไม่ควรเล่นโทรศัพท์ หรือ ดูทีวี ก่อนนอนเพราะว่านั่นจะเป็นสาเหตุ ที่ทำให้สมองของเรา ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา 

2 ทำร่างกายให้สบาย เช่น การนวด การอาบน้ำอุ่น การดื่มน้ำที่ไม่เย็น เพื่อควบคุณอุณภูมิในร่างกาย ทำให้เกิดความผ่อนคลายมากที่สุด การเลือกหมอน ที่ทำให้นอนหลับแล้วสบาย ก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน

3 สำหรับคนที่นอนหลับยาก การนอนกลางวันนั้น ก็มีผลเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงควรงดการนอนหลับ ในตอนกลางวัน และ ควรทำร่างกายให้ร่างกายสดชื่น ตื่นตัว ในช่วงกลางวัน อาจจะเป็นการออกกำลังกาย หลังจากตื่นนอน เพื่อให้ร่างกายตื่นตัวทั้งวัน

4 ก่อนการนอนต้องเตรียมตัวให้พร้อม ไม่ว่าจะเป็น หลังจากกลับมา จากการทำงาน ก็ควรที่จะอาบน้ำ และ เมื่อเกิดความรู้สึกง่วง ก็ให้นอนในทันที ไม่ควรฝืนร่างกายทำอย่างอื่น เพราะว่าร่างกายจะจดจำว่า เวลานอนนั้นจะเป็นช่วงเวลาไหน

และช่วงเวลาตื่นนอนนั้น จะเป็นช่วงเวลาไหน และ ควรทำอย่างเป็นประจำ ให้เป็นนิสัย 

5 งดการรับประทานอาหารก่อนนอน โดยเฉพาะอาหารที่ย่อยยาก เพราะว่าจะทำให้แน่นท้อง และ อาจจะเป็นเกรดไหลย้อนได้ ควรนอนในทันที และ ไม่ควรปล่อยให้ท้องหิวก่อนนอน ถ้าเกิดอาการหิว ให้รับประทานอาหาร พวกผลไม้ อย่างกล้วย ขนมปังเบา ๆ

6 ทำให้สมองรู้สึก ปลอดโปร่งก่อนการนอน ไม่ควรนำเรื่องเครียด ๆ มาใส่สมอง อย่างเช่นการดูหนัง หรือ การเสพข่าวสารในหน้า Facebook เพราะเรื่องราวต่าง ๆ นั้น จะทำให้สมองของเรา คิดอยู่ตลอดเวลา ก่อนการนอน ควรที่จะปิดเครื่องมือสื่อสารทุกชนิด

และงดจากการเล่นโทรศัพท์ หรือ การทำงานต่าง ๆ ควรทำก่อนการนอน อย่างต่ำ 1 ชั่วโมง เป็นต้นไป เพื่อให้สมองไม่ต้องคิด และ ได้พักก่อนเข้านอน

7 งดการดื่มน้ำอัดลม เพราะมีส่วนผสมของคาเฟอีน หรือ ไม่ว่าจะเป็นการดื่มกาแฟโดยตรง ชาเขียว ชาเย็น ต่าง ๆ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ ก็มีส่วนผสมของคาเฟอีน เช่นเดียวกัน และ การดื่มแอลกอฮอล์ แม้ว่าจะมีผล ในการทำให้มีส่วนช่วยในการนอนหลับ

แต่ถ้าหาก ดื่มมากเกินไป มันก็อาจจะมีผลเสีย ต่อร่างกาย และ การนอนได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เรามักจะมองข้ามกันไป  

8 สำหรับผู้ที่รักในการออกกำลังกาย ควดงดเว้นจากการออกกำลังกาย ในช่วงเวลาก่อนนอน ประมาณ 3 ชั่วโมง ถึง 4 ชั่วโมง ควรจะออกกำลังกาย ในช่วงเวลาตื่นนอน จะเป็นการดีที่สุด เพื่อทำให้ร่างกายตื่นตัว ได้ตลอดทั้งวัน 

9 หากมีอาการนอนไม่หลับที่หนักมาก แนะนำว่า ควรที่จะปรึกษาแพทย์ และ ผู้เที่ยวชาญในการนอน จะเป็นการดีที่สุด

ขอขอบคุณ Goldenslot เว็บพนัน คาสิโนออนไลน์ ครบวงจร Smok Voopoo Electric Cigarette ตัวช่วยในการเลิกบุหรี่ อีกทางเลือกหนึ่ง ที่ได้ผลเป็นอย่างดี สำหรับคุณ

5หนังดีน่าดู อยากจะแนะนำ

5หนังดีน่าดู
10หนังดีน่าดู อยากจะแนะนำ

วันนี้เดี๋ยวเราจะมานำเสนอ 5หนังดีน่าดู ที่เป็นความคิดของผมนะครับ ซึ่งก็หวังว่า มันอาจจะโดนใจ ใครหลาย ๆ คน หรือ อาจจะมีความคิดตรงกันบ้าง ซึ่งก็หวังว่า จะชื่นชอบกัน นะครับ สำหรับหนัง ที่ผมได้นำเสนอ

และตอนนี้ท่านทั้งหลาย มีหนังเรื่องอะไรในดวงใจกันบ้าง โดนทั้งหมดนี้ ผมได้พยายามนึก และ เลือกหนังเรื่องที่ผมดูแล้ว เกิดความชอบ และ ความประทับใจ ซึ่งมันก็ไม่ได้จะเป็นหนัง ที่กำลังเข้าฉาย แต่เป็นทั้งหนังเก่า และ หนังใหม่

และผมก็ไม่ได้ทำการ จัดอันดับนะครับ ว่าเรื่องไหนจะชอบที่สุด หรือ ประทับใจน้อยสุด เพราะมันเป็นเรื่องที่ ยากมาก ๆ ที่จะตัดสิน ไม่มีมาก หรือ มีน้อย แต่ก็นับว่ามัน ชอบทุก ๆ เรื่องที่ได้เลือกมา ส่วนท่านผู้อ่านทั้งหลาย ก็ลอง ๆ ไปค้นหามาดูกันนะครับ เผื่อจะชอบกัน

5หนังดีน่าดู จะมีเรื่องอะไรกันบ้าง มาเริ่มกันเลยครับ

1.La La Land เป็นหนังที่ออกฉายเมื่อ ปี 2016 เป็นหนังที่ไม่เหมือนเรื่องอื่น ๆ จะพิเศษตรงที่ เป้นหนังแนวมิวสิเคิลครับ เล่าเรื่องด้วยเสียงเพลง ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ ซึ่งเรื่องนี้ ไม่มีพากษ์ไทยนะครับ ก็อาจจะเหนื่อย กับการอ่านซับสักหน่อย

แต่ถ้าหาก เป็นคนที่ชอบฟังเพลง หรือ ก็เรียกได้ว่า จะสามารถ ทำให้เราเข้าใจ เนื้อหาของเพลง ได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับ คนที่ไม่ชอบการดูหนังที่อ่านซับ ก็อาจจะไม่ชอบ กันไปเลยก็มี แต่ก็ต้องบอกว่า หนังเรื่องนี้ มีการสื่อที่ลึกซึ่ง จนบางทีก็ไม่จำเป็น จะต้องพูดอะไรกัน

หนังก็สามารถ ทำให้เราเข้าถึงอารมณ์ ได้เป็นอย่างดี โดยที่บางฉากของหนังนั้น แม้ว่าจะไม่มีบทพูด แต่กลับสื่ออารมณ์ และ ความรู้สึก ออกมาให้เรา เข้าใจ และ อินไปกับมันมาก ๆ โดยการนำเสนอ ผ่านเสียงเพลงที่ไพเราะ และ เรื่องราวที่อินเข้าไปในหัวใจ กันแบบสุด ๆ

และหนังเรื่องนี้ ยังเป็นหนังที่ สามารถกวาดรางวัล ออสก้า มาได้มากที่สุดอีกด้วย ในปี 2016 ซึ่งคงจะมีหลาย ๆ คนที่ประทับใจกันนะครับ และผม ก็เช่นกันครับ ซึ่งหากใครยังไม่เคยดู ก็แนะนำว่า ลองไปหามาดูกันครับ ประทับใจสุด ๆ แน่นอน

2Forrest Gump สำหรับหนังเรื่องนี้ ออกฉายเมื่อ ปี 1994 โดยการแสดงของ ทอม แฮงส์ และ เรื่องนี้เขาก็สามารถ คว้าออสการ์ไปครองได้ แบบที่ไม่มีข้อกังขาใด ๆ รวมไปถึง รางวัลผู้กำกับยอดเยี่ยม ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และ อีกหลายรางวัล ซึ่งแค่นี้คงบอกได้แล้วว่า

ทำไมถึงได้กลายมาเป็นหนัง ในดวงใจของผม และ ก็แน่นอนว่า เป็นหนังในดวงใจ ของคนอีกมากมาย อย่างแน่นอน สำหรับหนังเรื่องนี้ เป็นหนังที่ออกแนวตลก แต่แฝงไว้ดู เรื่องราวที่จริงจัง และ ดราม่าที่เข้มข้นมาก ๆ

โดยเป็นการนำเสนอ ในมุมมองที่น่าสนใจมาก ๆ โดยนำเอาเรื่องจริง มาดัดแปลง โดยเป็นการ นำตัวละครของหนังเข้าไป อยู่ในเหตุการณ์นั้น ๆ ได้แบบเนียน ๆ และ ทำออกมาได้ สนุกมาก ๆ และ ดูไปก็ไม่คิดว่า จะเป็นไปได้ จนต้องยอมรับเลยว่า เขาคิดได้ยังใง

3.Fight Club หนังเรื่องนี้ออกฉายเมื่อ ปี 1999 เป็นหนังที่ออกแนว ดิบ ๆ สักหน่อยนะครับ ด้วยความเท่ และ ความดิยนั่นเอง ที่ทำให้มันน่าสนใจมาก ๆ โดยที่ตอนหนังออกฉาย ก็ต้องบอกว่า มีกระแสตอบรับ ที่ไม่ได้ดีอะไรมากมาย ทั้งคำวิจารย์ และ รายได้ ที่คาดหวัง

แต่เมื่อย้อนหยิบมาดูกันอีกที ต้องบอกเลยว่า มันกลับสนุก และ เข้าใจหนังได้ มากขึ้นกว่าเดิม คงเพราะตอนนั้น ยังเด็ก เลยยังไม่อินเท่าไหร่ แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเราเติบโต และ ได้เรียนรู้ชีวิตมากขึ้น ก็ต้องบอกเลยว่า บางทีชีวิตคนเรา ก็ไม่ต่างจากหนังเรื่องนี้

ที่ต้องเผชิญกับโลกที่มัน น่าเบื่อ เจอทั้งสังคมแย่ ๆ ผู้คนห่วย ๆ รวมถึงตัวเราเอง ที่ชีวิตก็แสนห่วย และ ไม่ได้สวยงาม เหมือนอย่างที่คิด ในช่วงเวลานั้น เมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้อีกที ก็อยากมีอารมณ์ ที่จะได้ปลดปล่อย แบบในหนัง บ้างเหมือนกันนะบางที

4.Interstellar หนังเรื่องนี้ ออกฉายเมื่อ ปี 2014 โดยผลงานของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่า หนังของเขา แต่ละเรื่องนั้น แสนจะงงงวย และ ดูรอบเดียว ไม่เคยพอ ไม่รู้เป็นแผนทางการตลาด ในการสร้างรายได้อีกทาง ของเขารึป่าว ก็ไม่รู้นะครับ

ซึ่งหนังเรื่องนี้ ก็ต้องบอกเลยว่า ใครที่ดูแค่ปก และ คิดว่าจะได้ดูหนังมันส์ ๆ ก็ต้องบอกเลยว่า ไม่ใช่ครับ แต่เป็นหนัง ดราม่า ไซไฟ ซึ่งไม่ดีมีฉาก ระเบิดภูเขา เผากระท่อม ให้เราได้ลุ้นกัน แต่เป็นการนำเสนอ ในแนวทางวิยาศาตร์

5.Pandorum หนังเรื่องนี้ได้ออกฉาย เมื่อปี 2009 เป็นหนังแอ็คชั่น ไซไฟ ที่ต้องบอกเลยว่า สนุก และ มันส์เลยทีเดียว ซึ่งใครที่มองหาหนัง แนวอวกาศผสมเรื่องราวสยองขวัญ ก็แนะนำเลยครับกับเรื่องนี้ บอกได้คำเดียวว่า เจ๋งครับ

สำหรับวันนี้ต้องขอขอบคุณ ufabet เว็บสำหรับนักเดิมพัน และ ถ้าคุณกำลัง เลิกบุหรี่อยู่ และ หาอุปกรณ์ดี ๆ ที่จะทดแทน ก็แนะนำ smok voopoo